Compare Listings

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น

cover

สวัสดีค่ะ

เชื่อว่าเป้าหมายของใครหลายๆคนนั้นคือการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และหนึ่งในประเทศที่เป็นตัวเลือกนั้น ต้องมีประเทศญี่ปุ่นอยู่ในลิสต์อยู่แน่นอน

วันนี้แอดมินจะมาแนะนำขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นมาให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

ช่วงเวลาเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย คือช่วงที่หนักที่สุดของเด็กนักเรียนม.ปลาย

1.ศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัย/โรงเรียนที่เราจะไปเรียน 

แน่นอนว่าเมื่อต้องการจะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ เราต้องทำการหาข้อมูลของสถานศึกษาที่เราอยากจะไปเรียนเสียก่อน ซึ่งก็มีขั้นตอนดังนี้
1. ศึกษากำหนดการเปิดรับสมัครและคุณสมบัติผู้สมัครจากเว็บไซต์ของคณะ หรือมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่จะสมัครเรียนต่อ
2. ดาวน์โหลดคู่มือการสมัครและแบบฟอร์มจากเว็บไซต์
3. ชำระค่าสมัครสอบผ่านธนาคารในประเทศ  เตรียมเอกสารและส่งเอกสารการสมัครทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงานของคณะ ฯ ที่สมัครตามที่ระบุไว้ในคู่มือการสมัคร
4. ในส่วนของการคัดเลือกมี 2 ขั้นตอน ได้แก่ คัดเลือกจากเอกสาร และ การสอบสัมภาษณ์ (ซึ่งผู้สมัครสอบต้องผ่านการคัดเลือกจากเอกสารก่อน)
5. ประกาศผลการคัดเลือกขั้นตอนต่าง ๆ ทางไปรษณีย์หรือทางอีเมล
6

2.ช่วงเวลาในการสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่น

โดยทั่วไปโรงเรียนและมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นจะคล้ายกับไทย คือมี 2 เทอมใน 1 ปีการศึกษามีปิดเทอมใหญ่กับปิดเทอมเล็กเหมือนบ้านเรา แต่ของญี่ปุ่นจะแตกต่างตรงที่ ปิดเทอมใหญ่ของญี่ปุ่นจะเป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์-ปลายเดือนมีนาคม (ปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ) และปิดเทอมเล็กจะเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคม-ปลายเดือนกันยายน (ปิดเทอมฤดูร้อน)

ดังนั้น ภาคการศึกษาใหม่ของญี่ปุ่น จึงเริ่ม 2 ครั้งต่อปี คือต้นเดือนเมษายนกับต้นเดือนตุลาคม ซึ่งใครจะได้เข้าเรียนในช่วงไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับกฎของสถานศึกษาแต่ละที่
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเริ่มเข้าเรียนในช่วงเมษายนหรือตุลาคม การเตรียมตัวต่างๆ ควรเริ่มต้นก่อนหน้านั้นประมาณ 1 ปี เพราะขั้นตอนส่วนใหญ่ที่เราดำเนินการในไทยนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูล ติดต่อกับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย การเตรียมเอกสารสมัคร พิจารณาคัดเลือก เตรียมเอกสารวีซ่า ฯลฯ ดังนั้นควรเตรียมแต่เนิ่นๆ ดีที่สุด
เรื่องการเตรียมตัวสมัครเรียนที่ญี่ปุ่นนั้น หน่วยงาน JASSO ได้เขียนตารางช่วงเวลาการเตรียมตัวคร่าวๆไว้ รายละเอียดมีดังนี้
การเตรียมตัวสำหรับการสมัครโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น
 (จากหนังสือ “คู่มือแนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น” โดย JASSO )
ขั้นตอน   เปิดเทอม เม.ย. เปิดเทอม ต.ค.  สิ่งที่ต้องทำ
เก็บข้อมูล วางแผนให้ชัดเจน
ขอเอกสารข้อมูลจากรร.
ภาษาญี่ปุ่น
เม.ย.- มิ.ย. ต.ค.- ธ.ค.
ขอใบสมัครและเอกสารจาก
รร.หลายๆ แห่ง
เลือกโรงเรียน ภายใน ก.ย. ภายใน ก.พ. พิจารณาเอกสารและเลือก
ยื่นใบสมัคร ก.ย.- พ.ย. ก.พ.- เม.ย. ส่งใบสมัครและเอกสารต่างๆ
รอผลตอบรับ ม.ค.- มี.ค. ก.ค.- ก.ย. ได้รับการตอบรับเข้าศึกษา
ดำเนินขั้นตอนเข้าญี่ปุ่น ได้รับรองสถานภาพการพำนัก
และนำไปขอยื่นวีซ่า
เตรียมตัวไปศึกษา จ่ายค่าเล่าเรียนและค่าที่พัก
เตรียมตัวเดินทาง ซื้อตั๋วเครื่องบินและประกัน
เข้าศึกษาในรร.สอนภาษา เม.ย. ต.ค.
file

3.เตรียมเอกสารในการสมัครเรียน

แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการดำเนินการสมัครเรียนต่อแยกกัน เอกสารหลักๆที่ใช้สมัครเข้าเรียนต่อมีดังต่อไปนี้

1. ใบสมัครของมหาวิทยาลัย
2. เอกสารประวัติส่วนตัว
3. ใบรับรองการสำเร็จการศึกษา (สำหรับนักเรียนมัธยมปลายใช้ ผลการเรียนที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมปลายหรือหลักสูตร 12 ปี)
4. ใบแสดงผลการเรียน (Transcript)
5. จดหมายรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้อำนวยการโรงเรียน
6. ใบรับรองแพทย์
7. ใบรับรองคนต่างด้าว (กรณีอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น)
8. รูปถ่าย (แนะนำให้เตรียมไว้เยอะๆและหลายขนาด)
9. เอกสารความสัมพันธ์กับผู้ค้ำประกัน
10. ผลคะแนนสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น สำหรับเรียนต่อในหลักสูตรภาษาญี่ปุ่น (JLPT ระดับ N2 ขึ้นไป และคะแนน EJU) หรือผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษ TOEFL (80 คะแนนขึ้นไป) หรือ IELTS (6.0 ขึ้นไป)

3

4.การสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น

จะมีการพิจารณาคัดเลือกที่สำคัญ โดยดูจาก
1. การพิจารณาจากเอกสาร
2. การทดสอบความรู้ทางวิชาการ (ของมหาวิทยาลัย)
3. การสอบสัมภาษณ์
4. การเขียนเรียงความ
5. การทดสอบความถนัดและความสามารถ (อื่นๆ)
6. ผลสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น JLPT (Japanese-Language Proficiency Test) ระดับ N2 ขึ้นไป
7. การสอบเพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น (Examination for Japanese University Admission for International Student: EJU)
8. สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรนานาชาติ ต้องมีผลคะแนนสอบ TOEFL ประมาณ 80 คะแนนขึ้นไป หรือ IELTS 6.0-6.5 ขึ้นไป (หรืออาจต้องสอบ GRE เพิ่มเติม ตามแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นๆเรียก แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลเรียกคะแนน GRE เพิ่มเติม)

4

5.ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น

ค่าครองชีพ สามารถดูได้จากกราฟด้านล่าง เป็นกราฟที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงาน JASSO แสดงค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยแยกว่าแต่ละเดือนต้องใช้อะไรบ้าง แบ่งตามแต่ละพื้นที่ในญี่ปุ่น

226

5

5.การทำงานพิเศษหารายได้

แม้จะเรียนอยู่ต่างประเทศ นักเรียนต่างชาติก็สามารถทำงานพิเศษได้ แต่ตามกฎหมายมีกำหนดไว้ว่าห้ามทำงานเกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และต้องได้รับใบอนุญาตการทำงานพิเศษจากรัฐบาลญี่ปุ่นก่อน โดยใบอนุญาตสามารถไปทำได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่

สำหรับค่าตอบแทน จะแล้วแต่พื้นที่ที่ไปอยู่ โดยส่วนมากเฉลี่ยอยู่ที่ชั่วโมงละ 800-1,200 เยน โดยการทำงานพิเศษของนักเรียนต่างชาติที่ญี่ปุ่น จะมีเงื่อนไขดังนี้

1. ไม่กระทบต่อการเรียน
2. มีเป้าหมายเพื่อการช่วยเหลือค่าเล่าเรียน หรือค่าใช้จ่ายระหว่างการเรียน ไม่ใช่เพื่อการเก็บเงินหรือเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติม
3. ไม่ใช่งานขายบริการ
4. ไม่เกิน 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันในวันหยุดยาว)
5. ทำงานในช่วงระหว่างที่สังกัดในสถาบันการศึกษาอยู่

บทความข้างบนนี้เป็นข้อมูลคร่าวๆที่แอดมินได้รวบรวมมาค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลในการศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นนะคะ


ติดตามรับข่าวสารเกี่ยวกับญี่ปุ่นได้ที่
IG: ilovejapanth
ตั้งคำถามเกี่ยวกับญี่ปุ่น: www.ilovejapan.co.th/board
ดูคลิปสอนภาษา: http://youtube.com/ilovejapanth
แนะแนวเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น: www.ilovejapanese.org

Comments are closed.
ข่าว

39610616_443294346162458_932722130523521024_o
1
cover facebook content (2)
36176307_2190819744484893_3207917232365502464_n
Study Aboard (2)
Study Aboard
korra (1)
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
cover
ssoutfit_feature