มายเซนเซ

mai-sensei-01

มายเซนเซ (Mai Sensei) - สนุกกับภาษาญี่ปุ่น ใครๆก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้

ใครที่เคยเห็นมายในยูทูบและในเฟซบุ๊คแฟนเพจสอนภาษาญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า ‘I Love Japan เรียนภาษาญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น’ ก็คงจะทราบกันดีว่าเซนเซคนนี้ไม่ได้สอนภาษาญี่ปุ่นแบบทั่วๆ ไป แต่จะสอนในสิ่งที่หาไม่ได้จากโรงเรียนหรือสถาบันไหนๆ โดยจะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง นั่นก็เพราะมายได้ไปใช้ชีวิตเยี่ยงสาวญี่ปุ่นที่แดนปลาดิบจริงๆ คำศัพท์ไหนใช้หรือไม่ใช้ แม้จะเป็นแสลงมายก็หยิบมาสอนจนหมดเปลือก

พูดถึงตอนไปอยู่ญี่ปุ่นแล้วอดไม่ได้ที่จะเล่า เพราะช่วงแรกของการไปแตะขอบฟ้าอาทิตย์อุทัย มายก็รู้ศัพท์แค่ที่มีในตำรา แต่พอถึงเวลาใช้งานจริง เช่น ต้องการพูดว่า “ว่าแล้วเชียว” กลับไม่มีวลีนี้ในดิกชั่นเนรี นี่แหละค่ะเป็นที่มาของการขวนขวายหาคำที่คนญี่ปุ่นใช้กัน แบบว่าใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ไม่อิงพจนานุกรม ทักษะการพูดของมายจึงวิ่งนำแซงหน้าทักษะด้านอื่นๆ ไปไกลลิบลิ่ว ซึ่งก็เป็นข้อดีเพราะการที่เราอยากสนทนากับเพื่อนชาวญี่ปุ่นก็เท่ากับเราได้สร้างสัมพันธไมตรีต่อกัน (อันที่จริงก็อยากรู้ศัพท์แปลกๆ จากเขานั่นแหละค่ะ ฮ่าๆ)

ผลดีลำดับถัดมาจากการเปิดเกมรุกเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของภาษาก็ตกทอดมาถึงแฟนๆ ที่ติดตามผลงานการสอนของมาย คือ ในประโยคตัวอย่างที่มายนำเสนอมักจะง่ายๆ นำไปใช้ได้เลย ในทางกลับกันถ้ามายสอนแบบต้องปีนบันไดเรียน (เพราะยากเกินเอื้อมถึง) ผู้ชม ผู้อ่าน ผู้ฟัง คงจะต้องประสบเคราะห์กรรมแบบเดียวกับการเรียนทั่วไปที่หลายเสียงบ่นว่า “น่าเบื่อ!”

คำว่า น่าเบื่อ นี่มันน่ากลัวมากเลยนะคะสำหรับคนสอนภาษา เพราะถ้าคนเรียนเบื่อเมื่อไรเตรียมม้วนเสื่อตาตามิกลับบ้านได้เลย หลังจากที่ได้ทำแฟนเพจและรายการจึงได้รู้ว่าคนชอบหรือไม่ชอบอะไร แล้วก็ได้ข้อสรุปแบบสำรวจวิจัยเองว่าจากประสบการณ์เราชอบอะไรคนส่วนมากก็ชอบแบบนั้น เรียกได้ว่ามายมีรสนิยมสาธารณะนั่นแหละค่ะ อิอิ

ยกตัวอย่างการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นแรกๆ วิงเวียนศีรษะหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลมมากกับการเรียนตามตำรา เจอประโยคแข็งทื่อ เข้าใจยาก ยิ่งเจอประโยคตัวอย่างที่มีเลเยอร์ซ้อนกันเป็นเครปเค้ก เกือบต้องบอก “ลาก่อย” ก่อนวัยอันควร

การสอนของมายจึงอยู่บนพื้นฐานของคำถามที่ว่า “แล้วทำไมไม่ทำให้ประโยคตัวอย่างมาจากชีวิตจริง?”

อย่างที่รู้กันว่าช่องทางการสอนภาษาญี่ปุ่นของมายมีหลายอย่าง ทางไหนจะเผยแพร่ความรู้ได้ มีหรือที่จะไม่ทำ และที่เข้าถึงคนยุคใหม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่อากงอาม่าที่ทุกวันนี้สไลด์จอสมาร์ทโฟนกันปรื้ดปร้าดเชียว นั่นคือ Youtube (ยูทูบ) จากวันนั้นจนวันนี้ยอดชมและยอดสับตะไคร้ (Subscribe = ติดตาม) ก็เพิ่มขึ้นๆ จนต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ทว่ากว่าที่แชนแนล I Love Japan ภาษาญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น จะเดินมาถึงจุดนี้ จุดเริ่มก็เพราะความชอบล้วนๆ

อะไรที่เราทำด้วยหัวใจก็มักจะเกิดผลตอบรับดีใช่ไหมคะ พอทำรายการบนยูทูบไปเรื่อยๆ โดยใช้บ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นเป็นสถานที่ถ่ายทำ วันหนึ่งทางยูทูบที่ญี่ปุ่นก็ยื่นข้อเสนอเจ๋งๆ มาให้ คือ จะเป็นพาร์ทเนอร์ให้เรา มีสตูดิโอให้ถ่ายทำฟรี ว้าว! ใครจะปฏิเสธลงล่ะ

แน่นอนว่าไม่มีอะไรได้มาฟรี (ตกลงว่าฟรีหรือไม่ฟรีเนี่ย) เพราะสิ่งที่ทางยูทูบญี่ปุ่นขอแลกก็คือ ‘ใจ’ ที่เขาเห็นว่าเรา ‘มีใจ’ ที่จะทำรายการดีๆ เขามองเห็นอุดมการณ์ที่เราต้องการสานสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและญี่ปุ่น ตอนนั้นทำกันด้วยใจจริงๆ ทำงานแบบอาสาสมัคร ไม่มีรายได้แต่ก็ตั้งใจทำเป็น 10 ตอน ซึ่งเราไม่ซีเรียสเรื่องเงินทองสักเท่าไร ทำไงได้ก็มันทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้นี่นา

mai-sensei-04
mai-sensei-06

มายไม่เคยคิดเลยว่า การมาเรียนที่ญี่ปุ่นเมื่อ 8ปีก่อน

จะเปลี่ยนชีวิตมายได้ขนาดนี้ เชื่อที่เขาบอกกันเลยค่ะว่า More Languages, More lives การที่เรารู้ภาษาอีกหนึ่งภาษาขึ้น ทำให้เรามีอีกเพิ่มขึ้นอีกชีวิตนึงหนึ่ง ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ ที่สนับสนุน ทำให้มีมายในวันนี้ ขอบคุณทีมงาน I Love Japan และ กัลยามิตรทุกท่าน

ขอบคุณแฟนเพจและแฟนรายการที่คอยติดตามและให้กำลังใจเสมอมา

ถ้าไม่มีทุกคน คงจะไม่มีมายเซนเซและ I Love Japanในวันนี้

ขอบคุณค่ะ