Compare Listings

คลายข้อสงสัย เรียนญี่ปุ่นคอร์สระยะสั้น เป็นยังไง

หลายคนพอรู้สึกอยากจะเรียนภาษาญี่ปุนแบบจริงจังขึ้นมา ก็คงนึกถึงการไปเรียนถึงถิ่นเลยทีเดียวใช่มั้ยล่ะคะ แต่พอเปิดดูคอร์สแล้ว อาจจะสงสัยว่า คอร์สระยะสั้นกับคอร์สซัมเมอร์มันเเตกต่างกันอย่างไร และตัวเองเหมาะกับการไปเรียนแบบไหน

วันนี้เราจึงขอมาเล่าถึงความแตกต่างระหว่างคอร์สระยะสั้นกับคอร์ซัมเมอร์ รวมถึงแนะนำว่าแต่ละคอร์สเหมาะกับความต้องการแบบไหน  ไปดูกันเลยค่ะ! 

“คอร์สระยะสั้น”

คอร์สระยะสั้นของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นนั้น โดยปกติแล้วมักมีความยาว 1 – 3 เดือนค่ะ อาจมีบางโรงเรียนที่สามารถจัดคอร์สสั้นกว่านั้นได้ คือ 10 – 14 วัน แต่ระยะเรียนจะยาวกว่านั้นไม่ได้ด้วยข้อจำกัดของวีซ่า

ข้อดี ของคอร์สแบบนี้คือ สามารถทำเรื่องไปเรียนได้ง่าย เพราะระยะเวลาสั้น ไม่จำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียนหรือที่ทำงาน (ถ้าทีทำงานใจดีให้ลายาวได้ …) รวมถึงบางโรงเรียนนั้นเปิดให้เรียนคอร์สระยะสั้นได้แทบทุกวัน นั่นหมายความว่า เราสามารถเลือกวันเรียนเองได้ และไม่ต้องรอวันเปิดเทอมอีกด้วย สาเหตุที่มาได้ง่าย ๆ อีกอย่างเพราะคอร์สระยะสั้นนั้นไม่จำเป็นต้องขอวีซ่านักเรียนที่ต้องใช้เวลาในการขอนาน (อย่างน้อย 1 เดือน) ฉะนั้นหากใครตัดสินใจจะมาเรียนระยะสั้น ขอเพียงคุยกับทางโรงเรียน ชำระเงินเสร็จ มีเวลาอีกแค่ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ก็สามารถยื่นขอวีซ่า และเตรียมบินมาเรียนที่ญี่ปุ่นได้เลย!

ข้อเสีย เนื่องจากเป็นคอร์สระยะสั้น อาจจะรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้อะไร ยิ่งถ้าเป็นคนไม่มีพื้นฐานมาก่อนอาจจะรู้สึกไม่ต่างจากมาเที่ยวเท่าไหร่เลย … รวมถึงการที่ไม่ได้วีซ่านักเรียน จะทำให้เราไม่ได้ส่วนลดบางอย่าง เช่น ส่วนลดในการซื้อตั๋วรถไฟราคานักเรียน ซึ่งถูกกว่ากันประมาณ 30% เลยทีเดียว และแน่นอนว่า ทำงานพิเศษไม่ได้ (การทำงานพิเศษโดยถือวีซ่าระยะสั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อาจถูกจับได้)

เหมาะสำหรับ คนที่มีเวลาน้อย คนที่มีพื้นภาษาญี่ปุ่นในระดับหนึ่งแล้วและอยากไปเจอภาษาญี่ปุ่นของจริง คนที่อยากลองเรียนภาษาญี่ปุ่นว่าจะถูกใจเราไหม (แถมได้ไปดูสังคมเขาด้วยว่าใช่สิ่งที่เราอยากจะเจอหลังจากเรียนภาษาญี่ปุ่นไปนาน ๆ) สำหรับระยะเวลาที่เราแนะนำคือ 1 เดือนขึ้นไปค่ะ สั้นกว่านี้จะเหมือนมาเที่ยวจริง ๆ

“คอร์สระยะสั้นพร้อมกิจกรรม” “Spring Course” “Summer Course”

คอร์สระยะสั้นอีกสไตล์หนึ่งที่มักมีระยะเวลา 1 – 3 เดือนเช่นเดียวกับ แต่ส่วนที่แตกต่างจากคอร์สระยะสั้นตามปกติ คือ คอร์สนี้มีเรียนภาษาญี่ปุ่นแค่ครึ่งวัน และอีกครึ่งวันจะมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ให้ทำ หรือพาไปเที่ยว โดยกิจกรรมจะมีประมาณ 1 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (บางโรงเรียนอาจจัดกิจกรรมได้เกือบทุกวันเลยก็มีนะ)  กิจกรรมที่จัดโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นพวก เขียนพู่กัน พิธีชงชาต่าง ๆ ที่ดูเป็นญี่ปุ่น  แต่บางโรงเรียนก็มีอะไรน่าสนใจแปลกใหม่ เช่น วาดการ์ตูน ทำอนิเมะ ปั้นซูชิ  ส่วนการพาเที่ยวก็ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนที่ไปเรียนอยู่จังหวัดไหน โรงเรียนก็จะพาไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนั้น ๆ อย่างโรงเรียนในโตเกียว ก็แน่นอนว่าต้องไปวัดอาซากุสะ เป็นต้น

ข้อดี คล้าย ๆ กับคอร์สระยะสั้น คือ ไปง่าย เพราะไม่ต้องใช้วีซ่านักเรียน อีกทั้งคอร์สแบบนี้ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้ได้สัมผัสอีกต่างหาก โดยบางกิจกรรม ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเองคนสองคน อาจจะเข้าร่วมยาก (พิธีชงชาแบบกลุ่มหรือปั้นซูชิ)  ถือว่า นอกจากจะได้เรียนภาษาแล้ว ยังได้รู้จักกับญี่ปุ่นในด้านอื่น ๆ อีกด้วย

ข้อเสีย คล้าย ๆ กับคอร์สระยะสั้น คือ ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นไม่เต็มที่ แถมระยะเวลาก็สั้น ไม่ได้วีซ่านักเรียนเช่นกัน ทำให้ไม่มีส่วนลดค่ารถไฟด้วย

เหมาะสำหรับ คนที่อยากลองเรียนภาษาญี่ปุ่นโดยที่รู้จักผ่านมุมมองด้านอื่น ๆ ของญี่ปุ่นด้วย หรือคนที่มีพื้นภาษาญี่ปุ่นแล้ว แต่อยากมาเสัมผัสวัฒนธรรมของญี่ปุ่นจริง ๆ  รวมไปถึงคนที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ได้อยากได้ภาษามาก แค่อยากมาดูญี่ปุ่นของจริงและมาเที่ยวมากกว่า  คอร์สนี้ไม่แนะนำสำหรับคนที่มีระดับภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างสูง เพราะหลายโรงเรียนไม่ได้เปิดคลาสระดับสูงสำหรับคอร์สนี้ (แต่ลองติดต่อสอบถามโรงเรียนที่สนใจก่อนได้ค่ะ)  นอกจากนี้ยังเป็นคอร์สที่จะทำให้ได้เพื่อนจากทั่วโลกอีกด้วยนะ เพราะแม้จะเป็นคอร์สระยะสั้น แต่พอได้ทำกิจกรรม ก็จะเป็นเพื่อนกันง่ายเลย

 

หากจะสรุปแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ ไม่ต้องอ่านเยอะ พอจะสรุปได้สั้น ๆ แบบนี้ล่ะค่ะ!

ระยะสั้น ควรเรียนตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ไปง่าย สะดวก เหมาะสำหรับคนไม่มีเวลา หรือคนอยากลองเรียนภาษา

ระยะสั้นแบบมีกิจกรรม ไปง่าย สะดวก ได้เรียนรู้มากกว่าแค่ภาษา มีโอกาสได้เพื่อนใหม่
หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ รวมถึงผู้ปกครองที่ยังลังเลใจว่าคอร์สไหนจะเหมาะสมกับความต้องการของตนเองนะคะ!

แต่ที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษาก็ย่อมต้องเป็นความพยายามและการเปิดใจให้กว้าง พร้อมที่จะเข้าใจความแตกต่างค่ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ

 

 

เนื้อหาเขียนโดย Kogetsu

เรียบเรียงโดยทีมงานไอเลิฟเจแปนนิส

Comments are closed.