Compare Listings

คลายข้อสงสัย เรียนญี่ปุ่นคอร์สระยะยาว เป็นยังไง

หลายคนพอรู้สึกอยากจะเรียนภาษาญี่ปุนแบบจริงจังขึ้นมา ก็คงนึกถึงการไปเรียนถึงถิ่นเลยทีเดียวใช่มั้ยล่ะคะ แต่พอเปิดดูคอร์สแล้ว อาจจะสงสัยว่า คอร์สระยะยาวกับคอร์สระยะยาวสำหรับเรียนต่อมันเเตกต่างกันอย่างไร และตัวเองเหมาะกับการไปเรียนแบบไหน

วันนี้เราจึงขอมาเล่าถึงความแตกต่างระหว่างคอร์สระยะยาวกับคอร์สระยะยาวสำหรับเรียนต่อ รวมถึงแนะนำว่าแต่ละคอร์สเหมาะกับความต้องการแบบไหน  ไปดูกันเลยค่ะ! 

“คอร์สระยะยาว” 

ชื่อก็บอกแล้วว่ายาว ซึ่งยาวที่ว่านี่ก็คือระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือน – 2 ปี ค่ะ  คอร์สนี้ต้องรอเปิดเรียนพร้อมกัน  ปกติโรงเรียนจะเปิดปีละ 2 รอบ หรือ 4 รอบ แล้วแต่โรงเรียนเลยค่ะ โดยจะเปิดในเดือน มกราคม เมษายน สิงหาคม และตุลาคม สำหรับโรงเรียนที่เปิดปีละ 2 ครั้งมักจะเป็นเทอมเดือนเมษายนและเทอมเดือนตุลาคม  บางโรงเรียนจะมีบทเรียนที่เข้มข้นกว่าคอร์สระยะสั้นด้วย  และหลายโรงเรียนมักมีกิจกรรมระหว่างภาคการศึกษา เช่น กิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่างพิธีชงชา เขียนพู่กัน รวมไปถึงงานกีฬาสี และทัศนศึกษา  แม้จะเป็นคอร์สระยะยาว ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเรียนครบ 2 ปี แต่จะใช้วิธีจ่ายค่าเทอมต่อไปเป็นเทอม ๆ ไป (หรือจ่ายระยะ 1 ปี) ถ้าคิดว่าเรียนพอใจแล้ว หรือมีเหตุฉุกเฉินต้องกลับก็สามารถทำได้ค่ะ

ข้อดี แน่นอนว่าข้อดีของของการเรียนระยะยาวก็คือ ได้เรียนภาษาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าเรียนแล้วได้ผลแน่ ๆ (แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความขยันด้วยนะ!) ส่วนใหญ่แล้วการเรียน 2 ปีตั้งแต่ไม่มีพื้นภาษาญี่ปุ่นมาก่อนเลย จะทำให้สอบได้ระดับ N2 – N1 เรียกว่าพอจบมา การันตีได้ว่าเอาภาษาไปทำงานหรือเรียนต่อได้แน่นอน! และประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นก็ยังทำให้เราได้เรียนรู้อะไรที่มากกว่าในตำราเรียนด้วย ค่าใช้จ่ายระยะยาวดูอาจจะเยอะ แต่อย่างน้อยวีซ่านักเรียนที่เราได้ก็ทำให้เราได้ส่วนลดสำหรับนักเรียนในหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นพวกพิพิธภัณฑ์ โรงหนัง คาราโอเกะ และส่วนลดตั๋วรถไฟรายเดือนในราคานักเรียนที่ถูกกว่าราว 30% เลยทีเดียวจ้า และยังทำงานพิเศษได้ด้วย ถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและได้ประสบการณ์ไปด้วยล่ะ (การทำงานพิเศษจำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน) แถมการได้เรียนระยะยาวแบบนี้จะทำให้ได้เพื่อนใหม่มากมายหลายชาติอีกต่างหากนะ!

ข้อเสีย ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ญี่ปุ่นเลย ต้องลาออกจากโรงเรียนหรือที่ทำงาน แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในระยะยาวย่อมสูง และไม่ใช่ว่านึกอยากไปก็ส่งใบสมัครไปได้เลย เพราะไหนจะต้องรอวันเปิดเทอม และต้องสมัครล่วงหน้าเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาว (ประมาณครึ่งปีก่อนเปิดเทอม) เรียกว่าต้องวางแผนมาอย่างดีก่อน รวมไปถึงเมื่อต้นทุนสูง เกิดเรียนไปแล้วรู้สึกว่าไม่ถูกทาง จะกลับตัว … ก็ไม่ได้ … ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึงงงงง

เหมาะสำหรับ คนที่รู้ตัวแล้วว่าอยากจะเอาดีทางด้านภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ คนที่อยากเรียนต่อหรือทำงานในญี่ปุ่น คนที่ต้องการใช้ภาษาญี่ปุ่นในการทำงาน และก็ต้องมีต้นทุนในระดับหนึ่งเลย เพราะว่าต้องขอวีซ่าพำนักระยะยาวซึ่งปกติจะขอดู statement ธนาคารด้วย

“คอร์สระยะยาวสำหรับเรียนต่อ” (University Preparatory Course)

คอร์สนี้ก็เป็นคอร์สระยะยาวเหมือนกัน แต่จะมุ่งเน้นเรื่องการเรียนต่อเป็นพิเศษเลยค่ะ ระยะเวลาจะอยู่ที่ 6 เดือน – 2 ปีเหมือนกัน รวมถึงจะได้วีซ่านักเรียน และมีลักษณะเหมือน ๆ กับคอร์สระยะยาวข้างต้นทั้งหมด เว้นแต่คอร์สแบบนี้มักจะเปิดสอนวิชาอื่นนอกเหนือจากภาษาญี่ปุ่นที่จำเป็นต้องใช้ในการสอบ EJU ด้วย (คล้าย ๆ สอบ GAT, PAT บ้านเรา) รวมไปถึงอาจมีวิชาติวสอบโดยเฉพาะ โรงเรียนที่มีคอร์สนี้มักจะมีวิชาหรือการช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกในการเรียนต่อเยอะกว่าโรงเรียนที่ไม่มีคอร์สนี้ เช่น การแนะแนวการศึกษา โควตาสอบตรง ที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือ สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้เรียนการศึกษาภาคบังคับครบ 12 ปี (ประถม – ม.6) จำเป็นต้องเรียนคอร์สนี้เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น เนื่องจากมหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมดของญี่ปุ่นระบุคุณสมบัติของผู้สมัครว่า “ต้องจบการศึกษาระบบ 12 ปี” คนที่เรียนมัธยมจากเมืองนอก นักเรียนโรงเรียนนานาชาติบางแห่งจะเรียนจบ ได้วุฒิ ม.6 ทั้งที่เรียนแค่ 10 – 11 ปี  นักเรียนเหล่านี้ต้องผ่านคอร์สภาษาญี่ปุ่นแบบนี้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีค่ะ

ข้อดี เหมือนกับระยะยาว เพราะระบบการเรียนใกล้เคียงกัน แต่เนื้อหาการเรียนและการช่วยเหลือจากทางโรงเรียนจะมุ่งเน้นเรื่องการเรียนต่อ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่มีเป้าหมายอยากเรียนต่อในญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้จบการศึกษาภาคบังคับระบบ 12 ปี

ข้อเสีย เหมือนกับระยะยาว ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องมีการวางแผนและสมัครล่วงหน้า (ประมาณ 5 – 6 เดือนล่วงหน้า สามารถสอบถามกับทางไอเลิฟเจแปนนิสได้โดยตรงค่ะ)

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการเรียนต่อระดับสูงในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนวิชาชีพ (เซมมง) มหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี ปริญญาโท เพราะนอกจากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นเข้มข้นแล้ว ยังมีวิชาที่เน้นการสอบเข้า รวมไปถึงมีแนะแนวการศึกษาต่อ แถมด้วยโควต้าสอบตรงอีกต่างหาก แต่คอร์สนี้สำหรับผู้ที่ยังลังเลหรือไม่ได้จะเรียนต่อ ก็สามารถเข้าเรียนได้เหมือนกันนะ

 

หากจะสรุปแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ ไม่ต้องอ่านเยอะ พอจะสรุปได้สั้น ๆ แบบนี้ล่ะค่ะ!

 

ระยะยาว เหมาะสำหรับคนที่ตัดสินใจจะเรียนภาษาแล้วอย่างจริงจัง หรืออยากเรียนต่อ อยากได้ภาษาไปทำงาน

ระยะยาวแบบสำหรับเรียนต่อ เหมือนกับระยะยาว แต่เหมาะมากสำหรับคนที่ตัดสินใจว่าจะเรียนต่อในญี่ปุ่นไม่ว่าในระดับไหน รวมถึงจำเป็นสำหรับคนที่เรียนการศึกษาภาคบังคับไม่ถึง 12 ปี
หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ รวมถึงผู้ปกครองที่ยังลังเลใจว่าคอร์สไหนจะเหมาะสมกับความต้องการของตนเองนะคะ!

แต่ที่สำคัญที่สุดในการเรียนภาษาก็ย่อมต้องเป็นความพยายามและการเปิดใจให้กว้าง พร้อมที่จะเข้าใจความแตกต่างค่ะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นค่ะ

เนื้อหาเขียนโดย Kogetsu
เรียบเรียงโดย ทีมงานไอเลิฟเจแปนนิส

Comments are closed.